โลกธุรกิจกำลังก้าวผ่านจากยุคเดิมสู่ยุคใหม่อย่างรวดเร็ว โดยป้ายถัดไปที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ คือ ยุค BANI — โลกที่เปราะบาง (Brittle) เต็มไปด้วยความวิตกกังวล (Anxious) ความซับซ้อน (Nonlinear) และยากต่อการคาดเดา (Incomprehensible)
ในบริบทนี้ “ความตั้งใจและความเพียรพยายาม” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ประกอบการ SMEs จำเป็นต้องมีกรอบคิดใหม่ เข้าใจทั้ง ความท้าทาย โอกาส ความเสี่ยง และแนวโน้มตลาด อย่างรอบด้าน ซึ่งสามารถอธิบายได้ผ่านกรอบคิด C.O.R.M.
C : Challenge – ความท้าทายที่ซ้อนทับกันของธุรกิจยุคใหม่
ความท้าทายของธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแข่งขันในตลาด แต่ขยายไปสู่ ความท้าทายด้านทรัพยากรบุคคลและการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งเป็น “ห่วงโซ่ความท้าทาย” ที่ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น เมื่อพนักงานทำงานมากขึ้น มีภาระงานใหม่เพิ่มขึ้น ค่าตอบแทนควรเพิ่มตามหรือไม่ ระบบผลตอบแทนควรเปิดเผย โปร่งใส เพียงใด หรือ Employee Engagement ควรถูกกำหนดให้เป็น KPI ของผู้บริหารหรือไม่
คำถามเหล่านี้สะท้อนว่า ความท้าทายของ SMEs วันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ “ขายอย่างไรให้ได้” แต่คือ “บริหารคนอย่างไรให้เดินไปพร้อมกัน” ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
O : Opportunity – โอกาสของ SMEs ที่องค์กรใหญ่เลียนแบบได้ยาก
แม้จะเผชิญความท้าทายมากมาย แต่ SMEs ยังมี ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ที่สำคัญ คือ อยู่ใกล้ลูกค้า เข้าใจความต้องการได้จริง สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว ปรับตัวไว และสามารถทดลองและเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเชิงระบบมากเกินไป
ทั้งนี้ การตลาดในปัจจุบันไม่ใช่แค่การสื่อสาร แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
SMEs ควรเริ่มจาก Data Marketing 101 การเข้าใจพื้นฐานการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด จะช่วยให้ธุรกิจสามารถ คาดการณ์แนวโน้มตลาด ค้นหาข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (Customer Insight) ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการดำเนินงาน
ข้อมูลที่ถูกใช้ “อย่างมีแผน” จะกลายเป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
R : Risk – ความเสี่ยงและกับดักที่ SMEs ต้องรู้เท่าทัน
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความเสี่ยงไม่ได้มาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่จำนวนไม่น้อยเกิดจาก การตัดสินใจภายในองค์กรเอง โดยเฉพาะ 3 กับดักสำคัญ ได้แก่
กับดักที่ 1 : Digital Trap
การทำทุกอย่างให้เป็นดิจิทัล ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจนั้นเป็น “ธุรกิจยุคดิจิทัล” หากยังใช้วิธีคิดแบบเดิม
กับดักที่ 2 : Data Trap
การมี Big Data ไม่สำคัญเท่าการรู้ว่าจะใช้ข้อมูลอย่างไร ธุรกิจควรวางแผนการใช้ข้อมูลให้ชัดเจนก่อนการลงทุนและการวิเคราะห์
กับดักที่ 3 : Planning Trap
SMEs จำเป็นต้องมีความคล่องตัว (Agility) การวางแผน พร้อมปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริง
M : Market Trend – เทรนด์การตลาดที่ SMEs ต้องเข้าใจและเลือกใช้ให้เหมาะสม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การตลาดได้บีบให้แบรนด์ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภค เศรษฐกิจที่ผันผวน และเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ปัจจุบัน เทคโนโลยีสามารถเป็น “ตัวช่วย” สำคัญของ SMEs ในการปรับแต่งการสื่อสารกับลูกค้าให้ตรงจุด เตรียมพร้อมสู่โลกแบบ cookieless และทำงานร่วมกันแบบ Remote ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย เทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนวิธีการทำตลาด ได้แก่
Trend 1 : AI & Marketing Automation การใช้ AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ตอบสนองได้รวดเร็ว และตรงความต้องการมากขึ้น
Trend 2 : Data-driven Engagement การสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ Big Data เพื่อสื่อสารอย่างชาญฉลาดและตรงเป้าหมาย
Trend 3 : Green Marketing & Sustainability การตลาดรักษ์โลก แนวคิดความยั่งยืนที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน
Trend 4 : Short Video Marketing วิดีโอสั้นที่ช่วยสร้างการจดจำแบรนด์อย่างรวดเร็ว ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Facebook, IG, X และ YouTube Shorts
Trend 5 : Interactive Marketing การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านคอนเทนต์ที่มีส่วนร่วม เช่น แบบทดสอบ เกม หรือวิดีโอที่โต้ตอบได้ เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้
ที่มา: สรุปการบรรยายกิจกรรม Meeting with CEO โครงการ Big Brother โดยคุณศุภฤกษ์ อาจราชกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)




