สรุปข้อมูลสำคัญจากรายงานภาวะเศรษฐกิจ SME ประจำไตรมาสที่ 1/2569 และแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ระบุ มีรายละเอียดดังนี้

1. ภาพรวม GDP SME ในไตรมาสที่ 1/2569

  • การขยายตัว: GDP SME ขยายตัวที่ ร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวที่เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่โตเพียงร้อยละ 2.6
  • มูลค่าและสัดส่วน: มีมูลค่ารวม 1,730,494 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 35.1 ของ GDP รวมทั้งประเทศ
  • การเติบโตตามขนาดธุรกิจ: วิสาหกิจขนาดกลางขยายตัวสูงสุดที่ร้อยละ 3.0 รองลงมาคือขนาดย่อม (ร้อยละ 2.9) และรายย่อย (ร้อยละ 2.7)

2. สถานการณ์รายสาขาธุรกิจที่สำคัญ

  • ธุรกิจที่โดดเด่น (เติบโต):
    • ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร: ขยายตัวสูงที่สุดที่ร้อยละ 7.6 โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลัก
    • การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า: ขยายตัวร้อยละ 6.0 จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการขนส่งวัตถุดิบ
    • ภาคการค้า: ขยายตัวร้อยละ 4.9 จากอานิสงส์การเดินทางท่องเที่ยวช่วงต้นปีและการซื้อออนไลน์
    • ภาคการผลิต: กลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 1.4 หลังจากหดตัวต่อเนื่องในสองไตรมาสก่อนหน้า
  • ธุรกิจที่ชะลอตัว/หดตัว:
    • ไฟฟ้า ก๊าซ และระบบปรับอากาศ: หดตัวร้อยละ 4.2 จากต้นทุนการผลิตที่สูง
    • ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ: หดตัวร้อยละ 1.3 จากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมจัดประชุมและแสดงสินค้า
    • ธุรกิจการเกษตร: หดตัวร้อยละ 1.3 แม้ GDP เกษตรภาพรวมประเทศจะขยายตัว แต่ SME กลับมีรายได้สุทธิลดลง

3. การค้าระหว่างประเทศและการค้าชายแดน

  • การส่งออก SME: ในไตรมาสที่ 1/2569 มีมูลค่า 14,466.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงถึง ร้อยละ 52.6 ตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกา (โต 172.2%) และอินเดีย
  • การนำเข้า SME: มีมูลค่า 17,604.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 51.5 โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุด (ร้อยละ 44.9 ของยอดนำเข้า SME)
  • ดุลการค้า: ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 SME ไทย ขาดดุลการค้า 4,513.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • การค้าชายแดน: การส่งออกชายแดนขยายตัวร้อยละ 27.1 โดย ลาวเป็นคู่ค้าหลักอันดับ 1 ทั้งการส่งออกและนำเข้า ขณะที่ด่านกัมพูชายังคงปิดเนื่องจากความไม่สงบบริเวณชายแดน

4. ดัชนีความเชื่อมั่น (SMESI)

  • ดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสที่ 1/2569 อยู่ที่ระดับ 50.9 ปรับลดลงจาก 51.5 ในไตรมาสก่อน
  • ปัจจัยกดดัน: การสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2568, ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันค่าขนส่งและราคาพลังงานสูงขึ้น และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

5. การจัดตั้งและยกเลิกกิจการ

  • การจัดตั้งใหม่: มีการจดทะเบียนนิติบุคคล SME ใหม่ 23,213 ราย (ลดลงร้อยละ 2.4) ส่วนใหญ่กระจุกตัวในภาคบริการและการค้า
  • การยกเลิกกิจการ: มีการแจ้งยกเลิก 3,227 ราย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9) สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูง

6. แนวโน้มและปัจจัยเสี่ยงปี 2569

  • ประมาณการปี 2569: คาดว่า GDP SME จะขยายตัวในช่วง ร้อยละ 2.0 – 2.6 (ปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 2.8%) เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ:
    • ราคาน้ำมันดิบ: คาดว่าจะเคลื่อนไหวสูงที่ 100-110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จนถึงปี 2570
    • อัตราเงินเฟ้อ: คาดการณ์ที่ร้อยละ 3.0 – 4.0 จากการส่งผ่านต้นทุนพลังงานสู่ราคาสินค้า
    • มาตรการภาษี: ความเสี่ยงจากนโยบาย Trump Tariff และมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน

ที่มา: https://www.sme.go.th/uploads/file/20260701-144731_SME_Q1-2026_22Jun.pdf