จากรายงานภาวะเศรษฐกิจ SME ประจำไตรมาสที่ 4/2568 และแนวโน้มเศรษฐกิจ ของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สามารถสรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้

ภาพรวมเศรษฐกิจ SME ไตรมาสที่ 4 และปี 2568

  • GDP SME ขยายตัวเร่งขึ้น: ในไตรมาสที่ 4/2568 GDP SME ขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 (เร่งขึ้นจากร้อยละ 1.1 ในไตรมาสก่อน) มีมูลค่า 1,724,801 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.9 ของ GDP รวมทั้งประเทศ
  • ภาพรวมทั้งปี 2568: GDP SME ทั้งปีขยายตัวร้อยละ 2.4 มีมูลค่ารวมกว่า 6.6 ล้านล้านบาท
  • การเติบโตตามขนาดธุรกิจ: ในไตรมาส 4 วิสาหกิจขนาดกลางขยายตัวสูงสุดที่ร้อยละ 2.7 รองลงมาคือรายย่อย (ร้อยละ 2.3) และขนาดย่อม (ร้อยละ 2.2)

สถานการณ์รายสาขาธุรกิจที่สำคัญ

  • ธุรกิจที่พักแรมและอาหาร: เติบโตโดดเด่นที่สุดถึงร้อยละ 9.9 ในไตรมาส 4 ผลจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” และ “เที่ยวดีมีคืน”
  • ภาคการค้า: ขยายตัวร้อยละ 5.4 ได้อานิสงส์จากเทศกาลปลายปีและการซื้อของออนไลน์ รวมถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส”
  • ภาคการผลิต: ยังคงเปราะบางโดยหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 (ร้อยละ -0.3) เนื่องจากต้องแข่งกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ
  • ภาคการก่อสร้าง: หดตัวแรงถึงร้อยละ 4.8 จากกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอและการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น

การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

  • การส่งออกของ SME: ในไตรมาส 4 มีมูลค่า 10,513.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.4 โดยตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกาและจีน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ, เครื่องจักรคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • การนำเข้าของ SME: ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 21.1 ในไตรมาส 4 โดยนำเข้าจากจีนเป็นหลัก (ร้อยละ 52.7 ของยอดนำเข้า SME ทั้งหมด)
  • ดุลการค้า: ภาพรวมปี 2568 SME ไทย ขาดดุลการค้า สูงถึง 10,483.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความจำเป็นในการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าราคาถูกเพื่อลดต้นทุน

ดัชนีความเชื่อมั่น (SMESI)

  • ความเชื่อมั่นในไตรมาสที่ 4/2568 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.5 (เกินค่าฐานที่ 50) สะท้อนความเชื่อมั่นเชิงบวกจากการบริโภคและการท่องเที่ยวช่วงปลายปี
  • อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังกังวลเรื่อง ต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการยุบสภาในช่วงปลายไตรมาส

แนวโน้มและปัจจัยเสี่ยงปี 2569

  • ประมาณการปี 2569: คาดว่า GDP SME จะขยายตัวได้ร้อยละ 2.8
  • ปัจจัยสนับสนุน: การฟื้นตัวของท่องเที่ยว (คาดการณ์นักท่องเที่ยว 37 ล้านคน), อัตราเงินเฟ้อต่ำ และการส่งออกที่ขยายตัว
  • ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง:
    • สงครามในตะวันออกกลาง: หากยืดเยื้อ จะกระทบต้นทุนการผลิตและขนส่งอย่างหนัก
    • หนี้ครัวเรือน: ที่ยังอยู่ในระดับสูงกดดันกำลังซื้อ
    • มาตรการกีดกันทางการค้า: โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา และการทะลักเข้ามาของสินค้านำเข้าราคาถูก

ที่มา: https://www.sme.go.th/uploads/file/20260422-162815_SME-Editorial_Q4-2025_17Apr.pdf