ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูงเช่นปัจจุบัน การเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความอยู่รอดสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย หลายบริษัทประสบปัญหา “มียอดขายไหลเข้าต่อเนื่อง แต่กลับไม่มีเงินสดหมุนเวียนในมือ”

กับดักความไม่รู้: ปัญหาที่ใหญ่กว่ายอดขายตก

ผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดความสามารถในการทำธุรกิจหรือการขาย แต่ปัญหาหลักคือ “ความไม่รู้ในสุขภาพทางการเงินของตนเอง” หลายคนมองว่าเรื่องบัญชีและการเงินเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องที่ค่อยทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในความเป็นจริง การเตรียมตัวทางการเงินเพื่อขอสินเชื่อหรือหาผู้ร่วมลงทุนนั้น ต้องใช้เวลาเตรียมการเ ไม่สามารถทำได้ทันทีในวันที่ต้องการเงิน

พฤติกรรมทางการเงินที่พบบ่อย:

  • การใช้กระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวา: คือการนำบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจมาปะปนกัน เช่น นำเงินบริษัทไปผ่อนบ้านหรือผ่อนรถส่วนตัวโดยไม่ลงรายการเป็นค่าใช้จ่ายเงินเดือนให้ถูกต้อง สิ่งนี้ส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของงบการเงินในสายตาธนาคารหรือนักลงทุนอย่างมาก
  • การลงบัญชีไม่ครบถ้วน: งบการเงินที่ส่งสถาบันการเงินมักไม่สะท้อนยอดขายและสภาวการณ์ที่แท้จริงของธุรกิจ เมื่อตัวเลขในบัญชีดูแย่กว่าความเป็นจริง ความสามารถในการชำระหนี้ในมุมมองของธนาคารก็น้อยลง ทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก

ทำไม “ขายดี” ถึงยัง “ขาดสภาพคล่อง”?

ปัญหา “ขายดีจนเจ๊ง” มีสาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างการรับ-จ่ายเงินที่ไม่สมดุล

  • ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น: ผู้ประกอบการหลายคนไม่รู้รายละเอียดต้นทุนที่แท้จริงซึ่งค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามยอดขาย จนในที่สุดต้นทุนเหล่านี้ก็สูงเกินยอดขาย กำไรและเงินสดทั้งหมด
  • วงจรเงินสดที่ผิดพลาด: การเน้นขายเชื่อโดยให้ เครดิตเทอม (Credit Term) แก่ลูกค้ายาวนานเกินไป ในขณะที่ต้องจ่ายเงินสดหรือมีเครดิตจากซัพพลายเออร์ที่สั้นกว่า ทำให้เงินจมอยู่ในลูกหนี้การค้าจนไม่มีเงินหมุนเวียนในกิจการ

กลยุทธ์การปรับตัว: ทางออกที่ไม่ต้องพึ่งหนี้เสมอไป

บางครั้งทางออกของปัญหาการเงินอาจไม่ใช่การกู้เงินเพิ่มเสมอไป แต่คือการ “ปรับโครงสร้างธุรกิจ” ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

  • การปรับพอร์ตลูกหนี้: เช่น ปรับสัดส่วนการขายจากการให้เครดิตเทอมยาวๆ มาเป็นการเน้นขายเงินสดหรือเครดิตเทอมสั้น (ปรับพอร์ตเป็น 70:30) ธุรกิจก็มีกระแสเงินสดดีขึ้นจน ไม่ต้องกู้เงินอีกต่อไป
  • การจัดการทรัพย์สินเพื่อปลดหนี้: สำหรับธุรกิจที่เป็นหนี้เสียจนถูกดำเนินคดี อาจใช้วิธีการวิเคราะห์ศักยภาพของทรัพย์สินที่มี แบ่งขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อชำระหนี้หนี้ จะช่วยให้เหลือธุรกิจสามารถเริ่มต้นใหม่ได้โดยปราศจากภาระหนี้สิน

Checklist: ตรวจสุขภาพการเงิน SME ด้วยตัวเอง

  • รู้จักรายได้แบบละเอียด: รายได้มาจากสินค้าตัวไหนบ้าง? ลูกค้ากลุ่มไหนคือตัวจริง? ยอดขายแต่ละช่องทางเป็นอย่างไร?,
  • เจาะลึกต้นทุน: ทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนการจำหน่าย มีต้นทุนแฝงตรงไหนที่ทำให้กำไรหายไปหรือไม่?,
  • อ่านบัญชีให้เป็น: เจ้าของธุรกิจต้องอ่านงบการเงินของตนเองให้ออกเพื่อวางแผนกลยุทธ์ได้ถูกต้อง
  • แยกบัญชีส่วนตัวและบริษัท: เริ่มต้นจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง และหยุดการนำค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปปนกับงบกำไรขาดทุนของบริษัท,

    บทสรุป:

    การเงินคือ “ภาษาของธุรกิจ” ที่บ่งบอกข้อเท็จจริงได้ดีที่สุด การที่ธุรกิจจะเติบโตได้ ไม่ใช่แค่การมองหาโอกาสใหม่ๆ แต่ต้องรู้จักการซ่อมแซมจุดเปราะบางทางการเงินตั้งแต่ในวันที่ธุรกิจยังแข็งแรง

    ที่มา: บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลจากรายการ The Coach EP.6 โดยศูนย์ SME Development หอการค้าไทย ร่วมกับ บสย. เพื่อส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการไทย