Big Brother (Season 9) ความสำเร็จของหอการค้าไทย
สร้างการเติบโตให้ SMEs กว่า 24% ภายในระยะเวลา 1 ปี
มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 270 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว Season 10 ทันที
หอการค้าไทย เผยผลสำเร็จโครงการ Big Brother (Season 9) ตอกย้ำโมเดล “พี่ช่วยน้อง” ทรงประสิทธิภาพ ดัน SMEs โตทะลุเป้าเฉลี่ย 23.16% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศเกือบ 10 เท่า พร้อมเดินหน้าเปิดรับสมัคร Season 10 ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยปัญญาและข้อมูล
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Big Brother เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่หอการค้าไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งในด้านการช่วยเหลือแบบพี่ช่วยน้อง ซึ่งปัจจุบันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 10 ในปี 2569 นี้ จากระยะเวลาที่ยาวนานดังกล่าว เป็นเครื่องการันตีได้ว่าโครงการนี้สามารถสร้างพัฒนาการที่เข้มแข็งให้แก่บริษัทน้องเลี้ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม อันเกิดจากการบ่มเพาะอย่างตั้งใจของบริษัทพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์การดำเนินธุรกิจระดับมืออาชีพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจของ SMEs ไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
“โครงการ Big Brother ถือเป็นหนึ่งใน Flagship Projects ที่หอการค้าไทยร่วมกับองค์กรพันธมิตรอีกกว่า 30 องค์กร โดยใช้ระยะเวลาในการอยู่ร่วมกันนานถึง 8 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทน้องเลี้ยงได้รับฟังประสบการณ์ตรง และช่วยวางแผนการดำเนินงานในอนาคตให้เป็นไปตามกรอบ Inclusive Growth หรือการเติบโตอย่างทั่วถึงที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งกระบวนการสร้างเครือข่ายธุรกิจที่แน่นแฟ้นเช่นนี้ ถูกพิสูจน์มาตลอด 9 Season แล้วว่าเปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ สามารถช่วยเหลือสมาชิกผู้ประกอบการให้เข้มแข็งได้จริง และส่งผลให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีศักยภาพในระยะยาว” ดร.พจน์กล่าว
ด้านนายพลิษศร์ ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการ SME Development Center กล่าวถึงผลสำเร็จของโครงการ Big Brother (Season 9) ซึ่งมีบริษัทน้องเลี้ยงเข้าร่วม 59 ราย โดยจากการประเมินของศูนย์เอสเอ็มอี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า โครงการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 270.95 ล้านบาทต่อปี
โดยมูลค่าดังกล่าวมาจากผลลัพธ์ในด้าน รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุดในการเข้าร่วมโครงการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.51 ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด และมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 23.16 ซึ่งสูงกว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของ SMEs ไทยในปี 2568 ที่ร้อยละ 2.5
นอกจากมูลค่าทางเศรษฐกิจข้างต้นแล้ว โครงการยังสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในมิติอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่นอกเหนือจากด้านรายได้และลดต้นทุน ได้แก่:
ด้านประสิทธิภาพการทำงาน (ร้อยละ 32.08): มีการปรับปรุงการผลิต การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ร้อยละ 11.32): ประสบความสำเร็จในการเพิ่มจำนวนลูกค้า ขยายช่องทางการจำหน่าย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ใหม่
ด้านองค์ความรู้และความมั่นคงทางการเงิน (ร้อยละ 15.09): ได้รับเครื่องมือและองค์ความรู้ด้านบัญชี การเงิน และการจัดทำแผนธุรกิจที่นำไปใช้ได้จริง
สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 โครงการ Big Brother จะก้าวเข้าสู่ Season 10 ภายใต้แนวคิด “Growth Intelligence : Driving Toward Excellence” ซึ่งจะยกระดับความเข้มข้นของการอบรมให้เท่าทันยุคสมัย เน้นการใช้ข้อมูล (Data) และการตลาดดิจิทัล ผนวกกับการสร้างเครือข่ายธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Path for Intelligence Growth) โดยใช้ระยะเวลาบ่มเพาะแบบ Hybrid ประมาณ 8 เดือน
“เรามุ่งหวังว่าใน Season 10 นี้ จะสามารถนำพาบริษัทน้องให้สามารถรับมือกับความเสี่ยง และมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดได้มากที่สุด” นายพลิษศร์ กล่าวเสริม
โครงการ Big Brother (Season 10) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจสามารถสมัครได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของหอการค้าไทย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SME Development Center หอการค้าไทย


