สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าเชื่อมโยงเครือข่ายรัฐ-เอกชน เร่งลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 50 หน่วยงาน ผ่านโครงการ SME Privilege มุ่งสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่ง เสิร์ฟสิทธิประโยชน์ครอบคลุม 4 ด้าน ส่วนลดสินค้าและบริการ การขยายช่องทางตลาด การเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน และการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มโอกาสทางภาษี มุ่งกระจายโอกาสให้ SME เข้าถึงเครื่องมือธุรกิจแบบครบวงจร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “ในปี 2569 สสว. มุ่งมั่นขับเคลื่อน SME ไทยให้ก้าวทันเศรษฐกิจโลกผ่านกลยุทธ์ ‘เติมเต็ม แต้มต่อ เติบโต’ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยโครงการ SME Privilege ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ SME ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการได้มากกว่า 10,000 ราย โดยเฉพาะด้านการขยายตลาดและส่วนลดบริการ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและสร้างโอกาสทางการตลาดรวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 650 ล้านบาท”การดำเนินโครงการ SME Privilege ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เติมเต็ม แต้มต่อ เติบโต” มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้
เติมเต็ม : มุ่งเติมเต็มศักยภาพและองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI
เพื่อให้ SME พร้อมรับมือกับเทรนด์โลกปี 2026 ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น
แต้มต่อ : สร้างแต้มต่อด้วยสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย ทั้งการลดต้นทุนการดำเนินงานการขยายช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสทางภาษี
เติบโต : ผลักดันให้ SME ไทยขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในโอกาสนี้ สสว. ได้ลงนาม MOU กับพันธมิตรใหม่เพื่อร่วมกัน ‘เติมเต็ม’ ด้านเทคโนโลยี AI และระบบโลจิสติกส์ จำนวน 3 เครือข่าย ดังนี้
- ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอีคอมเมิร์ซ: ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย
- ด้านระบบบริหารจัดการและห่วงโซ่อุปทาน: ร่วมกับ บริษัท ทรีซิกซ์ตี้ ซัพพลายเชน จำกัด และบริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด
- ด้านการจัดการการค้าเชิงรุก: ร่วมกับ บริษัท เจซี เมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท เอ-ซิส เมด เทรดดิ้ง จำกัด
นอกจากนี้ ยังเตรียมกิจกรรมไฮไลต์เพื่อสร้าง ‘แต้มต่อ’ ตลอดทั้งปี อาทิ·
- งาน Home Instyle 2026 เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2569·
- งาน THAIFEX ANUGA ASIA’S F&B POWERHOUSE กรุงเทพเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569·
- งาน China Beijing International Gifts , Premium & Houseware Exhibition กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม 2569·
- กิจกรรมเจรจาธุรกิจ Business Matching ครั้งที่ 1 เดือน พฤษภาคม และ ครั้งที่ 2 เดือน มิถุนายน 2569
“สสว. ตั้งเป้าให้ความร่วมมือนี้เป็นศูนย์กลาง (Hub) ที่ SME สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง การบูรณาการในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะตอบโจทย์ธุรกิจแบบรอบด้าน ตั้งแต่การให้ความรู้เพื่อเติมเต็มศักยภาพ การปลดล็อกข้อจำกัดเพื่อสร้างแต้มต่อ และส่งเสริมให้ SME ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.ปณิตา กล่าวทิ้งท้าย






