ชูธงดัน SME ไทยสู่ “SME สีเขียว” และเข้าถึง “การเงิน ESG” รับแผนยุทธศาสตร์อาเซียนฉบับใหม่
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. พร้อมด้วย นายวิทวัส ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสว. ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและรายย่อยของอาเซียน (ACCMSME) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมเผยแพร่รายงานผลการจัดทำตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาเซียน ฉบับปี 2567 หรือ ASEAN SME Policy Index 2024 ซึ่งจัดโดย ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ (ฝรท.) สสว. ร่วมกับ OECD โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมนีและไอร์แลนด์
ไฮไลท์สำคัญของการประชุม คือการนำเสนอกรอบการพัฒนาตาม แผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา MSME ปี พ.ศ. 2569-2573 (ASEAN SAP MSMED 2026–2030) โดยสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) เพื่อให้หน่วยงานไทยเตรียมปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางของภูมิภาค นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก OECD ยังได้เจาะลึก 2 ประเด็นท้าทายที่ไทยต้องเร่งปรับตัว ได้แก่
ด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม (SME สีเขียว) รายงานชี้ว่ามาตรการส่งเสริม SME สู่ความยั่งยืนของไทยยังขาดเอกภาพ (Fragmentation) ซึ่งจำเป็นต้องมีการบูรณาการเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับมาตรการส่งเสริมเดิมให้แนบแน่นยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ แหล่งทุนสีเขียว และเทคโนโลยีสะอาดได้อย่างทั่วถึง
ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Access to Finance) แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การเข้าถึงสินเชื่อของ SME ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 และที่สำคัญคือแนวโน้มของโลกการเงินกำลังมุ่งสู่ “การเงินด้าน ESG” (ESG Finance) อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ สสว. และหน่วยงานพันธมิตรต้องเร่งเตรียมความพร้อมให้ SME ไทยสามารถจัดทำข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางในการขอสินเชื่อและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
“ข้อมูลจากเวทีนี้จะเป็นสารตั้งต้นสำคัญให้ สสว. และหน่วยงานภาคีเครือข่าย นำไปปรับจูนทิศทางการทำงานในปี 2569 ให้คมชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันให้ SME ไทย ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมและการเงิน เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีอาเซียนและระดับโลกต่อไป” ดร.ปณิตา กล่าวทิ้งท้าย
ที่มา: สสว.






