
สรุปคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของ นางสุภจี สุธัมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ภายใต้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกุล เน้นย้ำหลักการ “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
1. นโยบายการค้าระหว่างประเทศและมาตรการทางการค้า
• การเจรจากับสหรัฐอเมริกา: ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 60% ของ GDP โดยสหรัฐฯ มีสัดส่วนถึง 10% ของ GDP รัฐบาลจึงตั้งเป้าเจรจาข้อตกลง ART (Agreement on Reciprocal Tax) ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้,.
• การป้องกันการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: CO): ได้ปรับปรุงให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ออกใบรับรองเพียงหน่วยงานเดียว และเพิ่มสินค้าเฝ้าระวังจาก 49 เป็น 65 รายการ. มีการใช้เทคโนโลยี L Plus และ Smart CO เพื่อให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่อต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งช่วยลดจำนวนการปลอมแปลงเอกสารลงอย่างมาก,,.
• การเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการตอบโต้ (Trade Remedies): มีแผนย่นระยะเวลาการรับคำร้องมาตรการ AD, CVD, SG และ AC จาก 4 เดือนเหลือ 1 เดือน และลดระยะเวลาไต่สวนจาก 12 เดือนเหลือ 9 เดือน โดยใช้ระบบ AI และ Data Analytics เข้ามาช่วย.
2. การจัดการสินค้าทะลักและธุรกิจผิดกฎหมาย
• การบูรณาการ 16 หน่วยงาน: จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการสินค้าและธุรกิจต่างชาติที่ผิดกฎหมาย.
• ผลสัมฤทธิ์เบื้องต้น: มีการเก็บภาษี VAT สำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท สร้างรายได้แล้วกว่า 2,175 ล้านบาท และมีการ Take down สินค้าที่กระทำความผิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ไปแล้วกว่า 17,177 รายการ,.
• การปราบปรามมอมินี (Nominee): มุ่งเป้าใน 7 กลุ่มธุรกิจเฝ้าระวัง เช่น ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และอีคอมเมิร์ซ โดยปัจจุบันตรวจสอบไปแล้ว 475 ราย มูลค่ากว่า 2,873 ล้านบาท,.
3. การพัฒนาศักยภาพ SME
รัฐบาลกำหนด 6 ด้านการช่วยเหลือ SME เช่น การขยายตลาดใหม่ในเอเชียใต้และตะวันออกกลาง, การให้ทุน 10,000 บาทต่อรายเพื่อซื้อแพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจ, และการเพิ่มมูลค่าสินค้าผ่านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่าถึง 82,000 ล้านบาท,,.
4. การลดค่าครองชีพและดูแลสุขภาพประชาชน
• มหกรรมธงฟ้า: จัดต่อเนื่องกว่า 1,300 ครั้งต่อปี และเน้นหนักในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา,.
• ทางเลือกด้านราคาค่ายา: ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนให้ประชาชนทราบราคายาก่อนชำระเงิน และสามารถเลือกซื้อยาจากร้านภายนอกได้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายประชาชนได้ถึง 32,400 ล้านบาทต่อปี.
5. การบริหารจัดการสินค้าเกษตร (เน้นเรื่องข้าว)
• ยุทธศาสตร์ 5 หลักการ: เน้นการใช้ Data และ AI ประเมินอุปสงค์-อุปทานล่วงหน้า และส่งเสริมการส่งออกโดยไม่ละทิ้งลูกค้าเดิม,,.
• การแก้ปัญหาข้าว: ในระยะสั้นมีการใช้ “ธงเขียว” ช่วยลดต้นทุนปุ๋ย 1,000 บาทต่อราย, สินเชื่อชะลอการขาย 3 ล้านตัน, และเร่งการส่งออกแบบ G2G โดยเฉพาะกับจีนที่ตั้งเป้าให้ซื้อข้าวถึง 500,000 ตัน,,.
• แนวทางระยะยาว: ส่งเสริมการปลูกพืชมูลค่าสูงเสริมหรือทดแทนการปลูกข้าวในบางพื้นที่ เช่น อะโวคาโด ซึ่งสามารถสร้างรายได้ต่อไร่สูงกว่าการปลูกข้าวหลายเท่าตัว,,.
6. การขยายตลาดและ FTA
ปัจจุบันไทยมี FTA 14 ฉบับ และเพิ่งลงนามกับ EFTA ไป รัฐบาลตั้งเป้าจะบรรลุข้อตกลงกับ EU และเกาหลีใต้ ภายในสมัยรัฐบาลนี้ พร้อมทั้งผลักดันให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากสิทธิภาษีอย่างจริงจัง,.
นางสุภจีเชื่อมั่นว่า แม้จะมีเวลาดำเนินการในช่วงแรกเพียง 4 เดือน แต่จะมีผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนผ่าน KPI ที่กำหนดไว้ เพื่อสร้างศักยภาพให้ประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มา: สรุปจากข้อมูลการแถลงนโยบาย ช่อง YouTube ประชาชาติธุรกิจ
https://www.youtube.com/watch?v=zR-r8iMqZ1U



